กรุงเทพฯ – บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ระดับภูมิภาค โดยส่งตัวแทนจาก บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด (Rovula) หนึ่งในบริษัทในกลุ่มธุรกิจ Deep Tech ของ ARV ร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา “Matichon x AIS Forum 2026: Innovation Changes Thailand” เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์การนำนวัตกรรมฝีมือคนไทยมาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
นวัตกรรมคือทางรอดเดียวของประเทศไทย
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาแสดงวิสัยทัศน์การวางรากฐานนวัตกรรม โดยเน้นย้ำว่านวัตกรรมไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือความหวังเดียวในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและเพิ่มรายได้ต่อหัวให้คนไทยข้ามผ่านกับดักรายได้ปานกลางสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง (High Value-Added Economy)

ยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุนและปฏิรูปอุตสาหกรรม
ทางด้าน คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้วางกลยุทธ์ดึงดูดเม็ดเงินใน 6 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น อุตสาหกรรมชีวภาพและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio & Green), ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญ (Electric Vehicles & Key Parts), เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Semiconductor & Advanced Electronics), ปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล (AI & Digital) รวมถึง ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Automation, Robotics & Humanoid) และ ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center) โดย BOI ตั้งเป้าให้ไทยเป็น Global Supply Chain Hub ที่ต่างชาติต้องเข้ามาลงทุนเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมที่รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างครบวงจร

ขณะที่ คุณพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้าง 3 ด้านหลัก ได้แก่:

ก้าวต่อไปของประเทศไทย
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ระบุว่านวัตกรรมคือปัจจัยเพื่อ “ความอยู่รอด” (Innovation is Survival) โดยประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่จะขยับอันดับในดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2025-2026 เพื่อสร้าง New S-Curve และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI: หัวใจสำคัญของความก้าวหน้า
ในเซสชันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คุณภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เสาสัญญาณมือถือ แต่รวมถึงการสร้าง Data Center & Cloud เพื่อเป็นฐานข้อมูลและระบบประมวลผลขนาดใหญ่ (Al Hyperscale Sovereign Cloud) พร้อมทั้งการทำ AI Integration หรือการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจและภาครัฐในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอนาคต

การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากอวกาศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม
ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผู้อำนวยการ สำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ GISTDA มุ่งเน้นการนำข้อมูลมหาศาลจากดาวเทียม (Satellite Data) มาวิเคราะห์และเปลี่ยนให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่จับต้องได้ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับการบริหารจัดการประเทศในมิติต่างๆ ได้แก่ การนำข้อมูลดาวเทียมมาวิเคราะห์เชิงพาณิชย์เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจ การจัดการภาคเกษตรและภัยพิบัติ เป็นต้น

Rovula: ปฏิวัติอุตสาหกรรมทางทะเลด้วย Deep Tech ฝีมือคนไทย
คุณภคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด แชร์มุมมองในหัวข้อการยกระดับอุตสาหกรรมด้วย Deep Tech โดยได้เปิดเผยถึงความสำเร็จของ ‘Xplorer’ ยานสำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ (Autonomous Underwater Vehicle - AUV) ที่พัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรไทย
Xplorer ถือเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก (Game Changer) ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาและสร้างโอกาสทางธุรกิจใน 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่:
1.ด้านน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่ง (Offshore Oil and Gas): เพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจตรวจสอบโครงสร้างใต้ทะเล พร้อมลดต้นทุนและลดความเสี่ยงจากการใช้มนุษย์ปฏิบัติงาน
2.ด้านการทหารและป้องกันประเทศ (Military & Defences): เสริมสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงทางทะเล
3.ด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Research): สนับสนุนการเก็บข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล

มุ่งมั่นสร้าง New S-Curve ให้ประเทศไทย
การได้รับเชิญเป็น Speaker ในเวทีระดับชาติครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมมีต่อเทคโนโลยีของกลุ่ม ARV โดย ARV และ Rovula พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ต่อไป
